Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

ประวัติเอกสารจากหมวดหมู่ ‘Rohingya’

Save the Rohingya refugees in Thailand

Save the Rohingya refugees in Thailand
postbag Bangkok Post 5 April 2008
Prime Minister Samak Sundaravej said after emerging from a two-hour meeting of the National Security Council on March 28 that the Royal Thai Navy is looking for a deserted island to place the Rohingya refugees currently living in Thailand.
He expressed his intention to show the [...]

Read Full Post »

Cry Rohingyas!!! Cry!!!!

Press Release
Ref:RHRC/C30/08
Dated: March 30.2008
Cry Rohingyas!!! Cry!!!!
Thailand’s Prime Minister Samak Sundaravej said after emerging from a two-hour meeting of the National Security Council on March 28.2008 that the Thai Navy is exploring a deserted island to place the Rohingya refugees living in Thailand. He expressed his intention to show the Rohingyas “life here ( Thailand ) [...]

Read Full Post »

UN เรียกร้องให้พม่ายุติการเลือกปฏิบัติต่อมุสลิมโรฮิงยา
http://www.nia.go.th/nia/content/showsubdetail.asp?fdcode=,,,,3116212167111211&dsc=&ifmid=0010006501015002%2F500404%2D00008

 

สหประชาชาติกังวลเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนของชนกลุ่มน้อยมุสลิมในพม่า โดย คณะผู้เชี่ยวชาญสำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN) แถลงที่เจนีวาเมื่อ 2 เม.ย.50 เรียกร้องให้พม่ายุติการเลือกปฏิบัติต่อชาวมุสลิมโรฮิงยาซึ่งเป็น ชนกลุ่มน้อยที่ไม่ได้มีสถานภาพเป็นประชาชนพม่าตามกฎหมาย ทำให้ชาวมุสลิมโรฮิงยาถูกจำกัดสิทธิพลเมืองหลายประการ ได้แก่ ไม่มีอิสระในการเดินทาง  การบังคับเก็บภาษี  การยึดที่ดินและบังคับย้ายถิ่น การขัดขวางการเข้าถึงด้านสาธารณสุข ที่พักอาศัยและอาหารไม่เพียงพอ การบังคับใช้แรงงาน รวมทั้งมีข้อจำกัดในการสมรส  ซึ่งส่งผลให้ชาวมุสลิมโรฮิงยาหลายพันคนอพยพไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในภูมิภาคซับซ้อนขึ้น

Read Full Post »

ผบ.สส.ไม่ฟันธง “มุสลิมโรฮิงยา” โยงกลุ่มป่วนใต้

โดย ผู้จัดการออนไลน์
20 กรกฎาคม 2550 19:09 น.

http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9500000085009

       พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากการตรวจเยี่ยมชุมชนมุสลิมโรฮิงยา อ.แม่สอด จ.ตาก ที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และการตรวจเยี่ยมพื้นที่ควบคุมชาวม้งที่หลบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย บ้านห้วยน้ำขาว อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ว่า ชุมชนมุสลิมโรฮิงยามีจำนวน 116 คน มาจากทางตอนเหนือของประเทศพม่า ซึ่งมุสลิมโรฮิงยาที่เข้าประเทศไทย ส่วนหนึ่งน่าจะเกิดจากคนไทยที่ได้ผลประโยชน์จากการนำคนเหล่านี้เข้ามา มุสลิมกลุ่มดังกล่าวถูกประเทศเพื่อนบ้านผลักดันออกมา และไปอยู่ในหลายๆ ประเทศและมาอยู่ในประเทศไทยด้วย เพราะคนไทยเห็นแก่ประโยชน์ โดยส่วนหนึ่งที่เข้ามาทางทะเล ทางกองทัพเรือได้เพิ่มความเข้มในการดูแลในน่านน้ำมากขึ้น
        ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามุสลิมโรฮิงยาเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานชัดเจน

Read Full Post »

โรฮิงญามหันตภัยแห่งมนุษย์ไร้อนาคต (จบ)

5 สิงหาคม 2550 21:58 น.

<!–
ชาวโรฮิงญากลุ่มคนพันธุ์พิเศษที่ยากต่อการจำแนก กำลังสร้างความปวดหัวให้กับทางการและหน่วยงานความมั่นคงของไทย ไม่รู้จะผลักดันกลับยังไงดี พม่าประเทศต้นทางก็ไม่ไยดีด้วย และเมื่อมีขบวนการสิทธิมนุษยชนกับขบวนการมุสลิมเคร่งจารีตมาเกี่ยวพันด้วย ความเครียดยิ่งทวีคูณ
 

 
ชาวโรฮิงญามักพเนจรโดยเรือประมงมาลงยังระนอง การพยายามตรวจค้นผลักดันออกทางทะเลนั้นเป็นเรื่องยาก ทันที่ที่พวกนี้ขึ้นบก โอกาสที่พวกเขาจะได้ในสิ่งที่ปรารถนาก็มีมากพอๆ กับโอกาสที่เจ้าหน้าที่จะต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่น่าปรารถนา เพราะถ้าพวกนี้ไม่หร็อยต่อไปเป็นแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายก็ลงไปทางสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อที่จะไปหางานทำในมาเลเซีย หรือกลายไปเป็นโจรรับจ้างแบบที่หน่วยงานความมั่นคงวิตกกัน พวกนี้ก็จะโดนทางกลุ่มสิทธิมนุษยชนเข้ามาดูแลเกือบจะในทันทีและบีบให้รัฐต้องจัดหาพื้นที่ให้ก่อนส่งกลับอีกด้วย 
แน่นอนว่าด้วยหลักสิทธิมนุษยชน ไทยไม่สามารถถีบส่งพวกนี้ให้ร่อนเร่แบบโบ๊ทพีเพิลยุคเวียดนามแตก เราต้องทำอย่างที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติกับเอ็นจีโอเข้ามายุ่งเกี่ยว พวกนี้สนใจด้านมนุษยธรรมอย่างเดียวจริงๆ โดยไม่สนใจว่าประเทศเจ้าของพื้นที่จะได้รับผลกระทบอะไรบ้าง ปัจจุบันชาวโรฮิงญาที่มีสัญชาติในประเทศตะวันตกกลุ่มหนึ่งมีการจัดตั้งสมาคมโรฮิงญาแห่งประเทศไทยแล้วด้วย  
ปัญหาเริ่มหนักขึ้นเมื่อทางการไทยนำโรฮิงญาขึ้นเหนือไปผลักดันออกทางแม่สอด จ.ตาก พวกนี้ไปแล้วต้องกลับเข้ามาใหม่ เพราะถ้าไม่โดนกะเหรี่ยงพุทธที่เป็นเจ้าถิ่นฝั่งเมียวดีเอาไปใช้เป็นแรงงานทาสรบกับกะเหรี่ยงคริสต์ ก็ต้องนอนกลางดินกินแต่ทรายอดตายเป็นแน่ เลยย้อนกลับมาหางานทำในแม่สอด ทั้งยังกระจายออกไปในจังหวัดอื่นๆ แม้ล่าสุดฝ่ายไทยว่าจะไม่ผลักออกทางแม่สอด แต่จะไปส่งออกทางด่านสิงขร จ.ประจวบคีรีขันธ์ แทน ก็มีหวังไปสร้างภาระให้ที่นั่นเป็นแน่แท้ 
สิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับชาวแม่สอดคือ จ.ตาก มีชุมชนชาวมุสลิมที่ใหญ่โตและเข้มแข็งมาก เป็นชุมชนเก่าแก่นับร้อยปีที่พัฒนามาจากชนเชื้อสายบังกลาเทศ ซึ่งมีความใกล้เคียงทางสายเลือดกับชาวโรฮิงญาอย่างที่สุด ในหน้าฝนที่ผ่านมา ชุมชนนี้รับชาวโรฮิงญาที่กำลังจะหนาวตายให้อาศัยชั่วคราวในมัสยิด รอการผลักดันกลับออกไป มีหน่วยงานอิสระของทางโรฮิงญาสากล กับดาวะห์เผยแผ่ศาสนาจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้ามาปรากฏกายให้ความช่วยเหลือเลี้ยงดูและสอนแนวทางศาสนาอิสลามแบบเคร่งจารีตให้ชาวโรฮิงญา ที่ไม่รู้ชะตากรรมในอนาคตของตัว 
นอกเหนือจากปัญหาสังคมที่ชาวไทยในพื้นที่ชายแดนต้องประสบจากคนต่างด้าวเหล่านี้แล้ว จากข้อมูลข่าวสารที่ว่ากลุ่มก่อการร้ายอาจพยายามชักจูงมุสลิมนอกพื้นที่ให้ไปก่อเหตุในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้โรฮิงญาถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นเป็นพิเศษเสียยิ่งกว่าชาวเขาที่ถูกล้างสมองทางเหนือหรือมุสลิมจามเสียอีก เพราะพวกไร้รากเหล่านี้ยอมทำทุกทางเพื่ออยู่รอด การเผยแพร่ลัทธิเพี้ยนและการจ่ายค่าแรงราคาถูกอาจกล่อมให้พวกนี้ลงไปรบเพื่อพระเจ้าและหาข้าวกินตามแต่คำสั่งของขบวนการลึกลับที่ทำกันเป็นกระบวนการ เท่าที่ทราบมีชาวโรฮิงญาที่เกี่ยวข้องไปแล้วกับการก่อการร้ายในย่างกุ้ง การฝึกอาวุธในอัฟกานิสถาน การค้ามนุษย์และปลอมแปลงเอกสาร  
ทางออกของเรื่องนี้นอกจากจะหาทางสกัดกั้นและผลักดันออกในปลายทางที่ชัดเจนแล้วก็ไม่ควรให้มีการสร้างเพิงพักชั่วคราว เพราะจะเป็นปัจจัยดึงดูดให้อพยพเข้ามาอีก และควรทำอย่างไรก็ได้ให้พวกต่างประเทศ เอ็นจีโอ หรือกลุ่มศาสนาเข้าถึงโรฮิงญาให้ยากหน่อย   
 
 
 
–>ชาวโรฮิงญากลุ่มคนพันธุ์พิเศษที่ยากต่อการจำแนก กำลังสร้างความปวดหัวให้กับทางการและหน่วยงานความมั่นคงของไทย ไม่รู้จะผลักดันกลับยังไงดี พม่าประเทศต้นทางก็ไม่ไยดีด้วย และเมื่อมีขบวนการสิทธิมนุษยชนกับขบวนการมุสลิมเคร่งจารีตมาเกี่ยวพันด้วย ความเครียดยิ่งทวีคูณ
 

ชาวโรฮิงญามักพเนจรโดยเรือประมงมาลงยังระนอง การพยายามตรวจค้นผลักดันออกทางทะเลนั้นเป็นเรื่องยาก ทันที่ที่พวกนี้ขึ้นบก โอกาสที่พวกเขาจะได้ในสิ่งที่ปรารถนาก็มีมากพอๆ กับโอกาสที่เจ้าหน้าที่จะต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่น่าปรารถนา เพราะถ้าพวกนี้ไม่หร็อยต่อไปเป็นแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายก็ลงไปทางสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อที่จะไปหางานทำในมาเลเซีย หรือกลายไปเป็นโจรรับจ้างแบบที่หน่วยงานความมั่นคงวิตกกัน พวกนี้ก็จะโดนทางกลุ่มสิทธิมนุษยชนเข้ามาดูแลเกือบจะในทันทีและบีบให้รัฐต้องจัดหาพื้นที่ให้ก่อนส่งกลับอีกด้วย แน่นอนว่าด้วยหลักสิทธิมนุษยชน ไทยไม่สามารถถีบส่งพวกนี้ให้ร่อนเร่แบบโบ๊ทพีเพิลยุคเวียดนามแตก เราต้องทำอย่างที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติกับเอ็นจีโอเข้ามายุ่งเกี่ยว พวกนี้สนใจด้านมนุษยธรรมอย่างเดียวจริงๆ โดยไม่สนใจว่าประเทศเจ้าของพื้นที่จะได้รับผลกระทบอะไรบ้าง ปัจจุบันชาวโรฮิงญาที่มีสัญชาติในประเทศตะวันตกกลุ่มหนึ่งมีการจัดตั้งสมาคมโรฮิงญาแห่งประเทศไทยแล้วด้วย 
 
ปัญหาเริ่มหนักขึ้นเมื่อทางการไทยนำโรฮิงญาขึ้นเหนือไปผลักดันออกทางแม่สอด จ.ตาก พวกนี้ไปแล้วต้องกลับเข้ามาใหม่ เพราะถ้าไม่โดนกะเหรี่ยงพุทธที่เป็นเจ้าถิ่นฝั่งเมียวดีเอาไปใช้เป็นแรงงานทาสรบกับกะเหรี่ยงคริสต์ ก็ต้องนอนกลางดินกินแต่ทรายอดตายเป็นแน่ เลยย้อนกลับมาหางานทำในแม่สอด ทั้งยังกระจายออกไปในจังหวัดอื่นๆ แม้ล่าสุดฝ่ายไทยว่าจะไม่ผลักออกทางแม่สอด แต่จะไปส่งออกทางด่านสิงขร จ.ประจวบคีรีขันธ์ แทน ก็มีหวังไปสร้างภาระให้ที่นั่นเป็นแน่แท้
สิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับชาวแม่สอดคือ จ.ตาก มีชุมชนชาวมุสลิมที่ใหญ่โตและเข้มแข็งมาก เป็นชุมชนเก่าแก่นับร้อยปีที่พัฒนามาจากชนเชื้อสายบังกลาเทศ ซึ่งมีความใกล้เคียงทางสายเลือดกับชาวโรฮิงญาอย่างที่สุด ในหน้าฝนที่ผ่านมา ชุมชนนี้รับชาวโรฮิงญาที่กำลังจะหนาวตายให้อาศัยชั่วคราวในมัสยิด รอการผลักดันกลับออกไป มีหน่วยงานอิสระของทางโรฮิงญาสากล กับดาวะห์เผยแผ่ศาสนาจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้ามาปรากฏกายให้ความช่วยเหลือเลี้ยงดูและสอนแนวทางศาสนาอิสลามแบบเคร่งจารีตให้ชาวโรฮิงญา ที่ไม่รู้ชะตากรรมในอนาคตของตัว
นอกเหนือจากปัญหาสังคมที่ชาวไทยในพื้นที่ชายแดนต้องประสบจากคนต่างด้าวเหล่านี้แล้ว จากข้อมูลข่าวสารที่ว่ากลุ่มก่อการร้ายอาจพยายามชักจูงมุสลิมนอกพื้นที่ให้ไปก่อเหตุในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้โรฮิงญาถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นเป็นพิเศษเสียยิ่งกว่าชาวเขาที่ถูกล้างสมองทางเหนือหรือมุสลิมจามเสียอีก เพราะพวกไร้รากเหล่านี้ยอมทำทุกทางเพื่ออยู่รอด การเผยแพร่ลัทธิเพี้ยนและการจ่ายค่าแรงราคาถูกอาจกล่อมให้พวกนี้ลงไปรบเพื่อพระเจ้าและหาข้าวกินตามแต่คำสั่งของขบวนการลึกลับที่ทำกันเป็นกระบวนการ เท่าที่ทราบมีชาวโรฮิงญาที่เกี่ยวข้องไปแล้วกับการก่อการร้ายในย่างกุ้ง การฝึกอาวุธในอัฟกานิสถาน การค้ามนุษย์และปลอมแปลงเอกสาร 
ทางออกของเรื่องนี้นอกจากจะหาทางสกัดกั้นและผลักดันออกในปลายทางที่ชัดเจนแล้วก็ไม่ควรให้มีการสร้างเพิงพักชั่วคราว เพราะจะเป็นปัจจัยดึงดูดให้อพยพเข้ามาอีก และควรทำอย่างไรก็ได้ให้พวกต่างประเทศ เอ็นจีโอ หรือกลุ่มศาสนาเข้าถึงโรฮิงญาให้ยากหน่อย

http://www.komchadluek.net/2007/08/column/m006_129886.php?news_id=129886

Read Full Post »

โรฮิงญามหันตภัยแห่งมนุษย์ไร้อนาคต (1)

29 กรกฎาคม 2550 20:23 น.

<!–
เคยเห็นบุคคลลักษณะคล้ายแขกผิวดำปานกลาง ร่างกายสันทัด แต่งตัวขะมุกขะมอม หลับนอนริมสถานที่สาธารณะ หรือเดินท่อมอยู่ตามเมือง รับจ้างในสิ่งที่คนไทยทั่วไปไม่ทำกัน
เราอาจจะเข้าใจว่า พวกเขา คือ แรงงานต่างด้าว หรือพวกหลบหนีเข้าเมืองธรรมดา ไม่คิดไกลไปว่า พวกนี้กำลังจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศชาติ ไม่ใช่แค่ภาระสังคม แต่เป็นความเป็นความตายที่เกี่ยวโยงกับการก่อเหตุร้ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย  
เพิ่งกลับมาจากการเยี่ยมพื้นที่ตากและพิษณุโลกพบว่า ฝ่ายความมั่นคงที่นั่นกำลังให้ความวิตกต่อการลักลอบเข้าเมืองของชาวโรฮิงญา 
ซึ่งเป็นพม่าประเภทหนึ่งโดยเรียกขาน (ไม่ได้สัญชาติพม่าเสียด้วยซ้ำ) แต่เป็นมุสลิมโดยศาสนา และเป็นอะไรก็ได้ตามแล้วแต่จะมีใครใช้ให้เป็น ประการหลังนี้น่าเป็นห่วงมาก  
กล่าวได้ว่าชาวโรฮิงญา คือพม่าหน้าแขก ที่มีเชื้อสายบังกลา มีถิ่นฐานอยู่ไกลถึงแคว้นยะไข่ที่ติดกับบังกลาเทศ ปกติดินแดนแถบนี้ก็แปลกแยกจากพม่าอยู่แล้ว ชาวมุสลิม 5 แสนคนที่นั่นยิ่งแปลกแยกจากชาวยะไข่ทั่วไปที่นับถือพุทธอีกด้วย โดยพวกเขามีชาติพันธุ์และหน้าตาเดียวกับแขกเบงกอลเพราะถูกอังกฤษลากให้เข้ามาอาศัยอยู่ในพม่า นับตั้งแต่ที่อังกฤษผนวกพม่าเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดินิยมอินเดียเมื่อร้อยกว่าปีก่อน และกลายเป็นลูกไล่ของแคว้นเบงกอลในห้วงเวลานั้น  

นโยบายแบ่งแยกและปกครองของฝรั่งเจ้าอาณานิคมสร้างความแตกแยกให้แก่ชนท้องถิ่นภายใต้อาณัติของตนมานานแล้ว และตกทอดมาถึงทุกวันนี้ ก็เพราะแขกมุสลิมจากเบงกอลฟากตะวันออกนั้น เข้ามาแย่งพื้นที่และทรัพยากรของพม่ายะไข่ คนท้องถิ่นก็เกลียดชัง รัฐบาลพม่าทุกวันนี้ก็กดขี่ชนิดทำกันอย่างไม่ใช่คน 
แต่ไหนแต่ไรผู้นำพม่านั้นเป็นพวกเกลียดชังชนเชื้อสายอื่นและศาสนาอื่น ความคิดแบบโบราณนี้มีส่วนทำให้ความสงบในดินแดนที่เต็มไปด้วยคนหลากชาติพันธุ์นั้นไม่เกิดขึ้น คนไร้รากแบบโรฮิงญานั้นเป็นที่ถูกเกลียดอย่างที่สุด จึงต้องโดนกดขี่ขนาดหนัก ไม่มีสัญชาติ ไม่มีการศึกษา ไม่มีงาน ไม่มีอนามัย ไม่มีทรัพย์สิน โดนกระทืบทำร้ายและถูกเกณฑ์แรงงานเป็นประจำ บีบกันชนิดถ้าไม่อยากตายก็ต้องหลบหนีออกนอกประเทศ จึงมีโรฮิงญาเหลือในพม่าราวล้านคน แต่อพยพไปอยู่ในประเทศมุสลิมเอเชียอื่นราว 3 ล้าน 
โรฮิงญาหลบหนีเข้าไทยมานานแล้ว โดยปะปนกับแรงงานต่างด้าวอื่นๆ ชนิดดูหน้าก็นึกว่า ชาวปากีสถาน หรือบังกลาเทศ เดิมทีก็ไม่น่าอันตรายด้านความมั่นคงของสังคมมากไปกว่าแรงงานต่างด้าวกลุ่มอื่นที่ท่วมประเทศอยู่ในเวลานี้ เดินกันเต็มเมือง ชอนไชลึกซึ้งเข้าไปอยู่ถึงบ้านช่องห้องหอผู้ดีมีสกุล  
แต่การที่ปรากฏกระบวนการชักนำชาวโรฮิงญาให้เข้าสู่ไทยอย่างเป็นระบบเมื่อไม่นานมานี้และเกิดขบวนการเรียกร้องสิทธิมนุษยชนให้พวกเขาอยู่ในไทยอย่างถาวร จับได้ถึงความเกี่ยวข้องกับมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พื้นที่ที่กำลังลุกเป็นไฟอยู่นั้น เป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา  
การจับกุมและผลักดันกลับชาวโรฮิงญาแค่พันเศษในปีนี้เทียบไม่ได้เลยกับโรฮิงญาอีกราว 2 หมื่นที่อยู่ในประเทศไทยซึ่งยอมทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดของตัว โดยส่วนหนึ่งมีการติดต่อกับกลุ่มมุสลิมเคร่งจารีต ชักพาลงไปทำอะไรลึกลับบริเวญรอยต่อชายแดนไทย-มาเลเซีย 
สัปดาห์หน้าจะกล่าวถึงโรฮิงญากับกระบวนการที่ซับซ้อนและน่าสะพรึงกลัวกันต่ออย่าลืมแวะอ่าน www.oknation.net/blog/ruarob <http://www.oknation.net/blog/ruarob> ด้วยนะครับ     
 
 
 
–>เคยเห็นบุคคลลักษณะคล้ายแขกผิวดำปานกลาง ร่างกายสันทัด แต่งตัวขะมุกขะมอม หลับนอนริมสถานที่สาธารณะ หรือเดินท่อมอยู่ตามเมือง รับจ้างในสิ่งที่คนไทยทั่วไปไม่ทำกัน
เราอาจจะเข้าใจว่า พวกเขา คือ แรงงานต่างด้าว หรือพวกหลบหนีเข้าเมืองธรรมดา ไม่คิดไกลไปว่า พวกนี้กำลังจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศชาติ ไม่ใช่แค่ภาระสังคม แต่เป็นความเป็นความตายที่เกี่ยวโยงกับการก่อเหตุร้ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย 
เพิ่งกลับมาจากการเยี่ยมพื้นที่ตากและพิษณุโลกพบว่า ฝ่ายความมั่นคงที่นั่นกำลังให้ความวิตกต่อการลักลอบเข้าเมืองของชาวโรฮิงญา ซึ่งเป็นพม่าประเภทหนึ่งโดยเรียกขาน (ไม่ได้สัญชาติพม่าเสียด้วยซ้ำ) แต่เป็นมุสลิมโดยศาสนา และเป็นอะไรก็ได้ตามแล้วแต่จะมีใครใช้ให้เป็น ประการหลังนี้น่าเป็นห่วงมาก  กล่าวได้ว่าชาวโรฮิงญา คือพม่าหน้าแขก ที่มีเชื้อสายบังกลา มีถิ่นฐานอยู่ไกลถึงแคว้นยะไข่ที่ติดกับบังกลาเทศ ปกติดินแดนแถบนี้ก็แปลกแยกจากพม่าอยู่แล้ว ชาวมุสลิม 5 แสนคนที่นั่นยิ่งแปลกแยกจากชาวยะไข่ทั่วไปที่นับถือพุทธอีกด้วย โดยพวกเขามีชาติพันธุ์และหน้าตาเดียวกับแขกเบงกอลเพราะถูกอังกฤษลากให้เข้ามาอาศัยอยู่ในพม่า นับตั้งแต่ที่อังกฤษผนวกพม่าเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดินิยมอินเดียเมื่อร้อยกว่าปีก่อน และกลายเป็นลูกไล่ของแคว้นเบงกอลในห้วงเวลานั้น 
 
นโยบายแบ่งแยกและปกครองของฝรั่งเจ้าอาณานิคมสร้างความแตกแยกให้แก่ชนท้องถิ่นภายใต้อาณัติของตนมานานแล้ว และตกทอดมาถึงทุกวันนี้ ก็เพราะแขกมุสลิมจากเบงกอลฟากตะวันออกนั้น เข้ามาแย่งพื้นที่และทรัพยากรของพม่ายะไข่ คนท้องถิ่นก็เกลียดชัง รัฐบาลพม่าทุกวันนี้ก็กดขี่ชนิดทำกันอย่างไม่ใช่คน แต่ไหนแต่ไรผู้นำพม่านั้นเป็นพวกเกลียดชังชนเชื้อสายอื่นและศาสนาอื่น ความคิดแบบโบราณนี้มีส่วนทำให้ความสงบในดินแดนที่เต็มไปด้วยคนหลากชาติพันธุ์นั้นไม่เกิดขึ้น คนไร้รากแบบโรฮิงญานั้นเป็นที่ถูกเกลียดอย่างที่สุด จึงต้องโดนกดขี่ขนาดหนัก ไม่มีสัญชาติ ไม่มีการศึกษา ไม่มีงาน ไม่มีอนามัย ไม่มีทรัพย์สิน โดนกระทืบทำร้ายและถูกเกณฑ์แรงงานเป็นประจำ บีบกันชนิดถ้าไม่อยากตายก็ต้องหลบหนีออกนอกประเทศ จึงมีโรฮิงญาเหลือในพม่าราวล้านคน แต่อพยพไปอยู่ในประเทศมุสลิมเอเชียอื่นราว 3 ล้าน
 
โรฮิงญาหลบหนีเข้าไทยมานานแล้ว โดยปะปนกับแรงงานต่างด้าวอื่นๆ ชนิดดูหน้าก็นึกว่า ชาวปากีสถาน หรือบังกลาเทศ เดิมทีก็ไม่น่าอันตรายด้านความมั่นคงของสังคมมากไปกว่าแรงงานต่างด้าวกลุ่มอื่นที่ท่วมประเทศอยู่ในเวลานี้ เดินกันเต็มเมือง ชอนไชลึกซึ้งเข้าไปอยู่ถึงบ้านช่องห้องหอผู้ดีมีสกุล 
แต่การที่ปรากฏกระบวนการชักนำชาวโรฮิงญาให้เข้าสู่ไทยอย่างเป็นระบบเมื่อไม่นานมานี้และเกิดขบวนการเรียกร้องสิทธิมนุษยชนให้พวกเขาอยู่ในไทยอย่างถาวร จับได้ถึงความเกี่ยวข้องกับมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พื้นที่ที่กำลังลุกเป็นไฟอยู่นั้น เป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา  การจับกุมและผลักดันกลับชาวโรฮิงญาแค่พันเศษในปีนี้เทียบไม่ได้เลยกับโรฮิงญาอีกราว 2 หมื่นที่อยู่ในประเทศไทยซึ่งยอมทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดของตัว โดยส่วนหนึ่งมีการติดต่อกับกลุ่มมุสลิมเคร่งจารีต ชักพาลงไปทำอะไรลึกลับบริเวญรอยต่อชายแดนไทย-มาเลเซีย
 สัปดาห์หน้าจะกล่าวถึงโรฮิงญากับกระบวนการที่ซับซ้อนและน่าสะพรึงกลัวกันต่ออย่าลืมแวะอ่าน www.oknation.net/blog/ruarob <http://www.oknation.net/blog/ruarob> ด้วยนะครับ    

http://www.komchadluek.net/2007/07/column/m006_129026.php?news_id=129026

Read Full Post »

‘เชิงอรรถ’ ที่หายไปของผู้คน ‘โรฮิงญา’

http://www.prachathai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ID=9143&Key=HilightNews

หมายเหตุจากประชาไท : บุษยรัตน์ กาญจนดิษฐ์ ผู้ประสานงานมูลนิธิส่งเสริมสันติวิถี ชำแหละบทความ “โรฮิงญามหันตภัยแห่งมนุษย์ไร้อนาคต” ที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 5 สิงหาคม 2550 ซึ่งเธอเห็นว่า บทความนี้เจือไปด้วยความไม่ชอบใจ/ไม่พอใจคนโรฮิงญาที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย และสามารถสร้างความเกลียดชังถึงคนกลุ่มนี้ได้ง่ายขึ้น เธอจึงลงมือค้นคว้าเรื่องโรฮิงญาอย่าง ‘อยู่เฉยไม่ได้’ และพบข้อมูลหลายประการที่บทความละเลยที่จะพูดถึง และบุษยรัตน์ได้ทำเชิงอรรถไว้ด้านล่างบทความดังกล่าว เพื่อแสดงถึงข้อมูลอีกด้านหนึ่งประกอบด้วยเช่นกัน
 
 
ชาวโรฮิงยาจากรัฐอาระกัน ประเทศพม่า ลี้ภัยเข้าไปอาศัยในค่ายผู้อพยพในประเทศบังกลาเทศ
(ที่มาของภาพ : กรพ.)
 

 

 

ถึงผู้อ่านทุกท่านคะ
 
ในความเป็นมนุษย์ดิฉันจะรู้สึกเศร้าและทุกข์ระทมทุกครั้งที่ได้รับข่าวสาร ที่สามารถสร้างกระบวนการให้เกิดความเข้าใจผิดต่อกลุ่มเป้าหมายที่ข่าวสารนั้นสื่อสาร/เล่าเรื่องราว/บอกกล่าวต่อผู้อ่าน
 
เมื่อสักครู่นี้คุณอดิศร เกิดมงคล เพื่อนชีวิตข้างกายได้ส่งเสียงมาทายทักว่าได้อ่านเรื่อง “โรฮิงญามหันตภัยแห่งมนุษย์ไร้อนาคต” ที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์คมชัดลึกฉบับวันที่ 5 สิงหาคม 2550 คอลัมน์มองมุมยุทธศาสตร์หรือยัง? ขณะนั้นดิฉันกำลังจะเขียนบทความเรื่องอื่นอยู่ แต่ด้วยน้ำเสียงที่เจือถึงความกังวลแกมไม่สบายใจถึงสารที่สื่อออกมา ดิฉันจึงได้พักงานที่ตั้งใจไว้ชั่วขณะ และลงมืออ่านบทความร่วมกับเพื่อนคนอื่นๆในสำนักงานอย่างจริงจัง
 
พวกเราทั้ง 3 คน พบว่าแม้ว่าผู้อ่านจะไม่รู้เลยว่า “โรฮิงญา” คือใคร? แต่จะรู้สึกได้ทันทีเลยว่า เนื้อหาบทความนี้เจือไปด้วยความไม่ชอบใจ/ไม่พอใจคนโรฮิงญาที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย และสามารถสร้างความเกลียดชังถึงคนกลุ่มนี้ได้ง่ายขึ้น ความเกลียดชังนี้เองที่ทำให้ดิฉันกลัว และต้องลงมือค้นคว้าเรื่องโรฮิงญาอย่างอยู่เฉยไม่ได้ และพบข้อมูลหลายประการที่บทความละเลยที่จะพูดถึง
 
ในฐานะที่ดิฉันเลือกที่จะเป็นสะพานสื่อสารความเข้าใจที่เลือกข้าง ไม่เป็นกลาง ดิฉันจึงส่งบทความเรื่องดังกล่าวมายังผู้อ่านให้ทุกคนได้พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ดิฉันได้ทำเชิงอรรถไว้ด้านล่างบทความเพื่อแสดงถึงข้อมูลอีกด้านหนึ่งประกอบด้วยเช่นกัน
 
ถ้าทุกท่านมีข้อมูลเรื่องโรฮิงญาเพิ่มเติม บอกกล่าวดิฉันบ้างนะคะ
 
ด้วยจิตคารวะและเชื่อมั่นพลังสามัญชน
บุษยรัตน์ [...]

Read Full Post »

ครอบครัวอุลลาห์ : คนไร้รัฐจากแคว้นอรากัน
สอบข้อเท็จจริงและประสานการเยียวยาเบื้องต้น
โดย นางสาวชลฤทัย แก้วรุ่งเรือง[1]
๒๖ กรกฎาคม ๒๕๔๘
—————————————————–
โดยปากคำของนายอีนาเย็ท  อุลลาห์ ฟังข้อเท็จจริงได้ว่า ครอบครัวมามัด  (หรือ ครอบครัวอุลลาห์)*ประกอบไปด้วย (๑) นายโมซิบ  มามัด (หรือ นายอีนาเย็ท  อุลลาห์ )  อายุ ๕๐ ปี  ผู้เป็นบิดา (๒) นางซัลตานา  มามัด  อายุ ๓๒ ปี (๓) เด็กหญิงจัสมิน  (หรือ ยัสมิน) อุลลาห์  ๑๓ ปี  และ (๔) เด็กชายญาซิน  มามัด  อายุ ๗ ขวบ
 
แต่เดิมนั้น นายอีนาเย็ท  อุลลาห์ และ ภรรยา เป็นกลุ่มชาติพันธุ์โรฮิงยา หรือ อรากัน ที่อาศัยเกิดและอาศัยอยู่ในประเทศพม่า นายอีนาเย็ทเคยถือบัตรประจำตัวประชาชนพม่า และได้รับการศึกษาจนถึงระดับมหาวิทยาลัยสาขาภาษาอังกฤษ ในมหาวิทยาลัยย่างกุ้ง [...]

Read Full Post »

 
ฝรั่งมองปัญหาสิทธิมนุษยชนในไทย
http://www.the-thainews.com/analized/domestic/dom170251_1.htm
 

 

องค์กรพัฒนาเอกชน หรือ เอ็นจีโอฝรั่งแห่งหนึ่งซึ่งเรียกตัวเองว่า กลุ่มเฝ้าดูการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือ Human Right Watch (HRW) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในสหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่รายงานประจำปี 2551 เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2551 ว่าด้วยการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศต่างๆ ทั่วโลกในรอบปีที่ผ่านมา รวมทั้งรายงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยด้วย ซึ่งเป็นการมองปัญหาสิทธิมนุษยชนในไทยจากฝรั่งตัวแทนที่ประจำอยู่ในประเทศไทย และรายงานไปยังสำนักงานใหญ่
เรื่องการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไทยและเจ้าหน้าที่รัฐว่า คุกคามและละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ดูเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับเอ็นจีโอกลุ่มนี้ รายงานฉบับนี้ก็เช่นเดียวกัน มีการวิจารณ์รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ว่า มีการเซ็นเซอร์สื่อและอินเทอร์เน็ต เช่น ทีไอทีวี เว็บไซต์ประชาไทและพันทิปมีการวิจารณ์การออก พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และการยังคงไว้ซึ่งกฎอัยการศึกในบางพื้นที่ ว่าเป็นการคุกคามต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน รวมทั้งการกล่าวหารัฐบาลว่า กดดันสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ไม่ให้สถานะผู้ลี้ภัยแก่ชาวม้งจากลาวและมุสลิมโรฮิงยาจากพม่าที่ลักลอบเข้ามาอยู่ในไทยและถูกจับได้ โดยคนเหล่านี้คงต้องการไปประเทศที่สาม HRW ยังแสดงความไม่พอใจต่อผลการสอบสวนคดีฆ่าตัดตอนยาเสพติดที่ไม่สามารถนำใครมาลงโทษได้
เรื่องม้งลาวและมุสลิมโรฮิงยาจากพม่า มีความสลับซับซ้อนที่ต้องแยกมาวิเคราะห์กันต่างหากในภายหลัง เพราะรายงานของฝรั่งสิทธิมนุษยชนกลุ่มนี้ไม่ได้เขียนถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังเรื่องนี้ โดยเฉพาะมุสลิมโรฮิงยาซึ่งอยู่ชายแดนพม่ากับบังกลาเทศ ทำไมถึงเข้ามาอยู่ในเมืองไทยได้
การวิจารณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องซ้ำๆ และไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจประการใด เพราะเป็นการมองจากมุมมองด้านสิทธิมนุษยชนด้านเดียว โดยไม่คำนึงถึงปัจจัยด้านอื่นนำมาประกอบด้วย แม้แต่ในสหรัฐเองขณะนี้ก็ยังมีการพูดกันถึงปัญหาสิทธิมนุษยชนกับความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง [...]

Read Full Post »

 
http://www.matichonmultimedia.com/news_detail.php?id=77
 

 
 จำนวนคนอ่าน 28 คน | โดย มติชนมัลติมีเดีย : วันที่ 20 กรกฎาคม 2550- เวลา 10:49:37 น.

 

 วันนี้ (20 ก.ค.) วันนี้ (20 ก.ค.) พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่า กลุ่มอิสลามโรฮิงยาที่ลักลอบเข้ามาอยู่ในชายแดนประเทศไทย บริเวณอ.แม่สอด จ.ตาก เป็นกลุ่มที่ลักลอบเข้ามาในประเทศไทยนานกว่า 1 ปี โดยประเทศไทยพร้อมที่จะผลักดันกลุ่มดังกล่าวและกลุ่มม้งในจ.เพชรบูรณ์ ไปยังประเทศที่ 3
ทั้งนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลลาวพร้อมที่จะรับกลุ่มม้งที่ลักลอบเข้าประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายกลับเข้าประเทศ แต่จะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอย่างชัดเจนก่อน อย่างไรก็ตาม การผลักดันไปสู่ประเทศที่ 3 นั้นยังติดขัดในเรื่องของประชากรที่มีจำนวนมากและทรัพยากรที่จำกัด สำหรับกระแสข่าวที่กลุ่มอิสลามโรฮิงยาเป็นรวมกลุ่มก่อเหตุในภาคใต้ ทำให้ประเทศที่ 3 เกิดความหวาดระแวง ดังนั้น จึงต้องมีการควบคุมดูแลพื้นที่ให้ดี 
เป็นกลุ่มที่ลักลอบเข้ามาในประเทศไทยนานกว่า 1 ปี โดยประเทศไทยพร้อมที่จะผลักดันกลุ่มดังกล่าวและกลุ่มม้งในจ.เพชรบูรณ์ ไปยังประเทศที่ 3
ทั้งนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลลาวพร้อมที่จะรับกลุ่มม้งที่ลักลอบเข้าประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายกลับเข้าประเทศ แต่จะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอย่างชัดเจนก่อน อย่างไรก็ตาม การผลักดันไปสู่ประเทศที่ 3 [...]

Read Full Post »

เรื่องที่เก่ากว่า