Feeds:
เรื่อง
ความเห็น
กลุ่มข่าว : เหตุการณ์ที่สำคัญ
หัวข้อข่าว : คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายประเด็น“การจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว”
วันที่ : 30 ตุลาคม 2551

คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบาย เร่งรัดการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวรอบใหม่ ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในระดับล่าง แต่ต้องอยู่ภายใต้ความสมดุลระหว่างการรักษาความมั่นคงภายใน และสิทธิมนุษยชน

นายพิชัย เอกพิทักษ์ดำรง อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า จากการสำรวจความต้องการของกรมการจัดหางานพบว่า นายจ้าง/สถานประกอบการต้องการจ้างแรงงานต่างด้าวทั้งสิ้น 1,312,170 คน จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2550 มีแรงงานต่างด้าวมาจดทะเบียนและต่ออายุใบอนุญาตทำงาน จำนวน 501,570 คน ซึ่งยังมีความต้องการแรงงานอยู่อีก 810,600 คน ทางกรมการจัดหางานได้ดำเนินการเร่งพิสูจน์สัญชาติ และนำเข้าแรงงานต่างด้าวตาม MOU แต่ก็ยังไม่เพียงพอและยังมีความล่าช้า ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงได้เสนอให้มีการเปิดจดทะเบียน แรงงานต่างด้าวรอบใหม่ ภายใต้ความสมดุลระหว่างการรักษาความมั่นคงภายใน การดูแลสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ซึ่งสาระสำคัญของการเสนอขอเปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวรอบใหม่ 1. เพื่อให้นายจ้างมีความรับผิดชอบต่อการจ้างแรงงานต่างด้าวโดยนายจ้างต้อง รายงานการ คงอยู่ของแรงงานต่างด้าว ทุก 3 เดือน หรือเมื่อมีการเลิกจ้าง และหากนายจ้างประสงค์จะจ้างแรงงานต่างด้าวต่อให้นำตัวไปพิสูจน์สัญชาติให้ แล้วเสร็จ (เนื่องจากจะไม่ต่ออายุใบอนุญาตทำงานเมื่อครบกำหนดวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553) 2. แรงงานต่างด้าวที่ได้รับใบอนุญาตทำงานแล้ว จะเปลี่ยนนายจ้างไม่ได้ เว้นแต่มีเหตุจำเป็น เช่น ถูกนายจ้างทารุณกรรม นายจ้างตาย นายจ้างเลิกกิจการ หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน โดยให้เวลาแรงงานต่างด้าว 7 วัน ดำเนินการหานาย จ้างใหม่ หากไม่สามารถหานายจ้างได้ภายในกำหนดระยะเวลาจะต้องถูกส่งกลับ และเดินทางกลับเข้ามาใหม่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย 3. ให้จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกับหน่วยงานภายในจังหวัดร่วมกันดำเนินการจัด ตั้งศูนย์คุ้มครองสิทธิประโยชน์แก่แรงงาน ต่างด้าว ที่อยู่ในระบบ เพื่อคุ้มครองแรงงานให้ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมจากนายจ้าง และกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ซึ่งขณะนี้นโยบายดังกล่าวอยู่ระหว่างการรอเสนอความคิดเห็นต่อคณะกรรมการ บริหารแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง (กบร.) เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

Teenage migrant worker gang raped, survives

IMNA
July 1, 2008

A 16-year old Burmese migrant worker survived with help from people when she regained consciousness in a bush after a gang in Samut Sakhon Province Southern Thailand raped her for four days and beat her up.

A cotton factory worker, she was hospitalized.  She was taken away by the gang who worked at the same factory on June 22. She claimed that she was raped by two Thai men and a Burmese.


She is being treated at Samut Sakhon hospital since Thursday, June 26 after the leader of workers found her in a bush inside the factory compound which is about 100 acres, according to her relative Nai Pi Ya Mon.

She was severely beaten on the head and other parts of body by the gang who wanted to kill her after torturing and raping her to hide evidence.

“She will be operated in her mouth in the hospital. Three of her teeth were broken and she cannot eat food properly because of wounds in her mouth,” her relative said.

Her mother cried her heart out but was happy because her daughter was alive.

She arrived in Thailand over a year ago and was staying with her mother. She is from Thanpyuzayart Township , Mon State .

“She disappeared on the evening of June 22 after two Thai men and a Burmese man asked her to eat some snacks but she refused. They forcibly fed her and she fell unconscious,” according to her relative.

According to the Women and Child Rights Project based in Thailand , the same thing happened to a Karen girl the same week.

……………………………………………………………………………………………………………

For further information please contact to imna_news@yahoo.com ,

www.monnews-imna.com

เตรียมเปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวรอบสุดท้ายเดือน พ.ย.นี้

ก.แรงงาน 11 ก.ย.- ไทยบรรลุข้อตกลงพม่ากำหนดจุดพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวพม่าตามแนวชายแดนใน 3 จุด สามารถดำเนินการได้ตั้งแต่ต้นเดือนหน้า ขณะที่กรมการจัดหางานเตรียมเปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวรอบสุดท้ายให้เฉพาะตัวแรงงานเท่านั้น คาดเริ่มจดทะเบียนได้ช่วงเดือน พ.ย.นี้

นายไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า วันนี้ที่ประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการบริหารแรงงานต่างด้าวทั้งระบบได้พิจารณาเรื่องสำคัญ 2 เรื่อง คือ 1.การพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า ซึ่งทางคณะทำงานเร่งรัดการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวได้บรรลุข้อตกลงกับทางการพม่าในการกำหนดจุดพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวพม่าที่มีประมาณ 500,000 คน ใน 3 จุด คือที่ เกาะสอง ตรงข้าม จ.ระนอง เมืองเมียวดี ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก และ ท่าขี้เหล็ก ตรงข้าม อ.แม่สาย จ.เชียงราย หากนายจ้างมีลูกจ้างพม่าที่จดทะเบียนถูกต้องแล้วสามารถนำไปพิสูจน์สัญชาติได้ตั้งแต่เดือน ต.ค.นี้เป็นต้นไป

2. เรื่องการเปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองรอบใหม่ ทางคณะอนุกรรมการฯ เห็นชอบให้มีการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวรอบใหม่ และเป็นรอบสุดท้าย ซึ่งจะมีการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบปลายเดือนนี้ คาดจะสามารถดำเนินการจดทะเบียนได้ในเดือน พ.ย. หรือ ธ.ค.ปีนี้ โดยการจดทะเบียนรอบใหม่จะให้จดทะเบียนเฉพาะตัวแรงงานต่างด้าวเท่านั้น บุตรและผู้ติดตามจะมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการว่าจะจัดหาที่อยู่หรือผลักดันออกไป สำหรับระยะเวลาการจดทะเบียนจะกำหนด 30 วัน หลัง ครม.มีมติเห็นชอบ ยกเว้น กิจการประมง และแรงงานใน 5 จ.ชายแดนใต้ คือ ยะลา นราธิวาส ปัตตานี สตูล และสงขลา ที่สามารถผ่อนผันวันจดทะเบียนออกไป

ขอย้ำว่ารอบนี้เป็นรอบสุดท้ายจริง ๆ ต่อไปนี้ แรงงานต่างด้าวจะเข้ามาจะต้องนำเข้าอย่างถูกกฎหมาย และระหว่างนี้ฝ่ายความมั่นคงจะเข้มงวดเรื่องการหลบหนีเข้าเมืองตามชายแดน จึงขอแจ้งเจ้าของสถานประกอบการให้ทราบ ขณะนี้ระบบการนำเข้าแรงงานต่างด้าวอย่างถูกต้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะช่วยแก้ปัญหาแรงงานเถื่อนให้หมดไป” นายไพโรจน์กล่าวและว่า ต่อไปนี้นายจ้างที่ต้องการแรงงานต่างด้าวสามารถแจ้งโควตาความต้องการมายังสำนักงานจัดหางานจังหวัด จากนั้นทางกระทรวงแรงงานจะประสานไปยังประเทศที่แรงงานต่างด้าวสังกัดผ่านกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อได้แรงงานแล้ว ก็นัดนายจ้างรับแรงงานได้ตามจุดที่กำหนดต่อไปเชื่อว่าปัญหาแรงงานเถื่อนจะหมดไป

นายไพโรจน์ กล่าวต่อว่า สำหรับยอดแรงงานที่จดทะเบียนในรอบนี้น่าจะมีประมาณ 700,000 คน ส่วนการจดทะเบียนจะอำนวยการความสะดวกแก่นายจ้างมากขึ้น ลดขั้นตอนและค่าธรรมเนียม ที่ผ่านมากว่าลูกจ้างจะได้บัตรแรงงานต่างด้าวใช้เวลานานมาก แต่ขั้นตอนใหม่จะใช้เวลาวันเดียวหลังจากตรวจโรคแล้ว อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมมีความกังวลเรื่องปัญหาการปลอมบัตร แต่เชื่อว่าระบบการตรวจสอบที่ดำเนินการไว้จะทำให้ปลอมบัตรได้ยาก.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-09-11 14:15:53

.ExternalClass DIV {;}

สปส.แจงแนวปฏิบัติส่งลูกจ้างและผู้ประกันตนทุพพลภาพเข้าศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพฯ

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงาน สำนักงานประกันสังคม ได้จัดทำแนวปฏิบัติส่งลูกจ้างและผู้ประกันตนเข้ารับการฟื้นฟูและฝึกอาชีพ โดยผู้เข้ารับการฟื้นฟูฯ ต้องเป็นลูกจ้างผู้ประกันตนที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน และสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานที่สิ้นสุด  การรักษาเบื้องต้นแล้ว และต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพ หรือเป็นผู้ประกันตนทุพพลภาพ มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ไม่จำกัดความรู้ และสามารถช่วยเหลือตัวเองในการทำกิจวัตรประจำวัน  มีสภาพความพิการที่สามารถฟื้นฟูให้ดีขึ้นได้ ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติด หรือสติฟั่นเฟือน และไม่เป็นโรคติดต่อ-ร้ายแรง  สำหรับหลักฐานที่ใช้สมัครเข้ารับบริการที่ศูนย์ฟื้นฟูฯ ได้แก่  ใบสมัครเข้าศูนย์ฯ  สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบันทึกการจ่ายเงินทดแทน ( กท 8) สำเนาแบบแจ้งการประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือสูญหาย และคำร้องขอรับเงินทดแทน (กท 16)  ใบรับรองแพทย์ และประวัติการรักษาพยาบาล (เวชระเบียน) ฟิล์มเอ็กซเรย์ (ถ้ามี) และรายงานการประชุมคณะอนุกรรมการประกันสังคมซึ่งมีมติให้เป็นผู้ทุพพลภาพ กรณีที่เป็นผู้ประกันตนทุพพลภาพ
เลขาธิการฯ กล่าว ต่อไป  สำนักงานประกันสังคม  มีศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงาน ซึ่งขณะนี้เปิดให้บริการ  2 แห่ง คือ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงาน จังหวัดปทุมธานี และศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานประจำภาคตะวันออก จังหวัดระยอง โดยที่ศูนย์ฟื้นฟูฯ ทั้ง 2 แห่งได้ให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์  ด้านอาชีพควบคู่ไปกับการฟื้นฟูด้านจิตใจและสังคม โดยทำการแก้ไขและพัฒนาผู้เข้ารับการฟื้นฟูฯ  แบบครบวงจร รวมถึงการแนะแนวอาชีพเพื่อส่งเสริมการมีงานทำให้แก่ลูกจ้างที่ทุพพลภาพอัน เนื่องมาจากการทำงาน ทั้งนี้ การบริการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์ ให้แก่ลูกจ้าง ผู้ประกันตนจะได้รับการดูแลตั้งแต่ผ่าตัดแก้ไขความพิการ พยาบาล กายภาพบำบัด ทำแขน ขาเทียม และไม้ค้ำพยุง รวมถึงการฝึกอาชีพหลายสาขาเพื่อให้ลูกจ้างได้เลือกเรียนให้เหมาะสมตามสภาพ ความพิการ
สำหรับค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งด้านการแพทย์ และด้านอาชีพ ลูกจ้าง ผู้ประกันตนสามารถเบิกได้เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 20,000 บาท  ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดเพื่อประโยชน์ในการฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงานไม่เกิน 20,000 บาท โดยสามารถใช้สิทธิประโยชน์จากกองทุนเงินทดแทน สำนักงานประกันสังคม และกรณีที่ลูกจ้างมีค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูฯ เกินกว่าสิทธิประโยชน์ที่ได้รับตามกฎหมาย เช่น จำเป็นต้องใช้ขาเทียม แขนเทียม ก็จะได้รับความช่วยเหลือด้านการเงินในการฟื้นฟูฯ จากมูลนิธิคุณากรในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดต่อขอรับและยื่นใบสมัครได้ที่ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานจังหวัดปทุมธานี โทร 0 2567-0847-9 หรือศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานประจำภาคตะวันออกจังหวัดระยองโทร.038 877 246 , 038 897 500 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประกันสังคม โทร.1506 ติดต่อทางระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติให้บริการทุกวันตลอด 24  ชั่วโมง หรือติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรงให้บริการทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการตั้งแต่ เวลา 07.00 – 19.00 น. หรือดูรายละเอียดได้ที่www.sso.go.th

SSO  detailed guidelines on sending workers and insured persons to Worker Rehabilitation Center
Mr. Surin Chiravisit, Secretary General, Social Security Office (SSO) said that Worker Rehabilitation Center has produced guidelines on sending workers and insured persons to receive rehabilitation and training under the condition that they must be insured persons who had accident or sickness related-to-work and lost their capacities to work.  After receiving preliminary treatment, they need to have rehabilitation. If they are disabled insured persons, age 15 years, no need for knowledge, can assist themselves on doing their personnel daily routine, having disability character that can be rehabilitated, no drug addict or mad, no severe diseases.  For the needed documents to apply for services at the Center are Center application, copy of ID card, copy of house registration, copy of compensation (Kor Tor 8), copy of accident/sickness/lose letter, compensation request form (Kor Tor 16), medical certification, medical treatment history (registration), X-ray film (if any), and meeting report of Sub-committee on Social Security announcing their disability for the case that they are disabled person.
Secretary General said further that the Office had 1 Worker Rehabilitation Center in Pathumthani province and 1 Eastern Regional Worker Rehabilitation Center in Rayong.  The 2 Centers provide medical rehabilitation couple with mind and social rehabilitation with a full cycle of services, including career guidance for employment of people with disability.  In addition, medical rehabilitation services for workers and insured persons will cover operation for correcting disability, nursing, physical therapy, psudo-organs, and walking stick, including career training according to their disability.
For other rehabilitation expenses both medical and career training of workers and insured persons, they can reimburse as paying but not exceed 20,000 Baht, for operation expenses for rehabilitation can reimburse not exceed 20,000 Baht.  Workers can claim their benefits at Workmen’s Compensation Fund, Social Security Office.  For the case that workers have expenses more the maximum limit, such as, expenses for psudo-arm or leg can receive financial assistance from Kunakorn Foundation under Princess Sirintorn Royal Patronage.
Interested persons can apply and submit the request at Pathumthani Worker Rehabilitation Center, ph: 0-2567-0847-9 or Eastern Regional Worker Rehabilitation Center in Rayong province, ph: 038-877-246, 038-897-500 or contact Social Security office, ph: 1506 or answering machine for 24 hours or directly contact with officer everyday from 07.00 – 19.00 hrs or visit website: www.sso.go.th.

http://eng.mol.go.th/inform_june1708_2.html

เฉลิมยาหอมจ่อเพิ่มค่าตอบแทนอสม. รุกตั้งอสม.แรงงานต่างด้าวดูแลกันเอง

ร.ต.อ.ดร.เฉลิมอยู่บำรุง รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ว่า ได้มอบหมายให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรืออสม.

รวมทั้งเพิ่มค่าตอบแทน เงินอุดหนุนหรือ สวัสดิการต่างๆ เพิ่มให้อสม. ที่ปัจจุบันได้รับเงินสนับสนุนการทำงานปีละหมื่นบาทต่อหมู่บ้าน ผ่านทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อช่วยให้การขับเคลื่อนงานสาธารณสุขมีความคล่องตัวยิ่งขึ้น โดยเงินที่สนับสนุนเพิ่มจะไม่ได้ให้ในรูปแบบของเงินเดือน

จะเดินหน้าโครงการพัฒนาส้วมในโรงพยาบาลในสังกัดสธ.ทั่วประเทศ ร่วมกับกรมอนามัย ให้สะอาด เพียงพอกับการใช้ โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพทำหน้าที่รับรองมาตรฐาน” รมว.สธ.กล่าว

รมว.สธ.กล่าวต่อว่า ส่วนแรงงานต่างด้าวจากล้านคน เข้าสู่ระบบประกันสุขภาพ 5-6 แสนคน ทำให้ผู้ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนไม่ได้รับการตรวจสุขภาพ มีปัญหาค่ารักษา เป็นภาระของสธ.ปีละ 200 ล้านบาท นั้น สธ.เสนอให้ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย ทำประกันสุขภาพได้ที่โรงพยาบาล และจะจ้างแรงงานต่างด้าวทำหน้าที่คล้ายอสม. เพื่อดูแลด้านสุขภาพแรงงานต่างด้าวด้วยกันเอง ซึ่งจะหารือกระทรวงแรงงานต่อไป

http://www.komchadluek.net/2008/10/14/x_edu_e001_225874.php?news_id=225874

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2551

กรมจัดหางานเตือนนายจ้างระวังแรงงานเขมรคลั่งชาติก่อเหตุร้าย ช่วงเกิดข้อพิพาทไทย-กัมพูชา

นายวสันต์ สาทร ผู้อำนวยการบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า เพื่อความไม่ประมาท ได้ทำหนังสือถึงผู้ประกอบการไทยทุกแห่ง ที่รับแรงงานต่างด้าวเข้าทำงานให้ระวังแรงงานกัมพูชาที่อาจเกิดกระแสคลั่งชาติก่อเหตุร้าย ซึ่งเป็นผลมาจากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารไทย-กัมพูชาบริเวณแนวชายแดน

ทั้งนี้ ยังไม่ได้รับแจ้งเหตุผิดปกติจากนายจ้างไทย แต่ก็ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามมีแรงงาน ต่างด้าวขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง 6.9 หมื่นคน และคาดว่ามีแรงงานที่ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองกว่า 3 หมื่นคน

อย่างไรก็ตาม กทม.จัดว่ามีแรงงาน ต่างด้าวชาวกัมพูชามาทำงานมากที่สุด รองลงมาคือ จ.ตราด และจันทบุรี โดยอาชีพที่แรงงานกัมพูชานิยมทำมากที่สุดคือรับจ้างเป็นแรงงานในการแบกของ ในโรงงานอุตสาหกรรม รองลงมาคือประมง และเกษตรกรรม โดยพื้นที่เหล่านี้จะต้องเพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้นในช่วงนี้

ด้าน น.ส.วัชรินทร์ ยงศิริ นักวิจัยด้านการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การปลุกระแสชาตินิยมมาเกี่ยวกับปัญหาพิพาทชายแดนกัมพูชา จะส่งผลกระทบ ต่อกิจการการลงทุนของผู้ประกอบการ ในไทย เพราะช่วงขึ้นทะเบียนปราสาท พระวิหารเป็นมรดกโลก เมื่อเดือน ก.ค. มีการส่งข้อความสั้นไปทั่วกัมพูชาให้ต่อต้านสินค้าไทย

ครั้งนี้มีการสู้รบปะทะกันในพื้นที่พิพาท ยิ่งมีการปลุกระดมได้ง่ายยิ่งขึ้น และจะมีการรณรงค์ต่อต้านสินค้าไทยให้โหมรุนแรงออกไปอีก โดยเฉพาะธุรกิจด้านเครื่องอุปโภค บริโภค ไม่ว่าจะเป็นผงซักฟอก สบู่ ยาสีฟัน ของใช้ในครัวเรือน ฯลฯ ที่กัมพูชานำเข้าจากไทยมากที่สุด นอกจากนั้นธุรกิจการโรงแรมก็เสี่ยงต่อการบุกทำลาย ผู้ประกอบการไทยควรระมัดระวังและเตรียมการป้องกันให้พร้อมทุกด้าน” น.ส.วัชรินทร์ กล่าว

ขณะที่นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวว่า หากสถานการณ์ ความขัดแย้งยังยืดเยื้อและยังมีความรุนแรง จะส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างไทยและกัมพูชาในช่วงปลายปี โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาล จะมีการนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ค่อนข้างมาก อาจทำให้ไทยเสียโอกาสทางการค้าได้

ทั้งนี้ ช่วงเดือน ม.ค.-ส.ค. ปี 2551 ส่งออกแอลกอฮอล์ 3.69 หมื่นตัน มูลค่า 1,438 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2550 ในแง่ปริมาณ 49% และเชิงมูลค่า 40% โดยในปี 2550 ส่งออกไปปริมาณ 2.48 หมื่นตัน คิดเป็นมูลค่า 1,025 ล้านบาท ยอดส่งออกที่เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าสินค้าไทยยังได้รับความนิยมจากของลูกค้าชาวกัมพูชา

Save the Rohingya refugees in Thailand

Save the Rohingya refugees in Thailand

postbag Bangkok Post 5 April 2008

Prime Minister Samak Sundaravej said after emerging from a two-hour meeting of the National Security Council on March 28 that the Royal Thai Navy is looking for a deserted island to place the Rohingya refugees currently living in Thailand.

He expressed his intention to show the Rohingyas that ”life here [in Thailand] will be difficult”. He did not provide any proof of wrongdoing or crime the Rohingyas may have committed here, for which he has decided to banish this ethnic community to a deserted isle.

After denying the right of Rohingyas to citizenship in Burma and conducting genocidal operations against us, Burma’s military rulers have turned the Rohingya into a stateless sub-human community, denying us our right to live in Arakan, where we have been living for centuries in peace. Today, uprooted from Arakan, over 1.5 million Rohingyas are roaming in different countries as gypsy human beings.

Now the Thai prime minister wants to fulfil the unmet wish of Burma’s ruling gen erals (to kill those hapless Rohingyas who escaped their clutches), by deporting them to a solitary island where possibly either the Thai forces or the Burmese army will be able to massacre them beyond the notice of the international community.

The Thai prime minister says Westerners are overly critical of Burma and he has found new respect for the ruling generals after learning that they meditate like good Buddhists.

He is thus conniving in the series of atrocities the Burmese junta are commiting, even against revered Buddhist monks.

On March 25, the Thai army raided Burmese opposition groups in Mae Sot. They raided the homes of three Karen National Union leaders and the office of one Burmese student group. Many exiled groups and community organisations in Mae Sot have closed their offices for security reasons.

The prime minister’s statement has sent waves of shock and grief throughout the Rohingya community. Through decades-long political oppression, economic exploitation, social degradation and cultural slavery, Burma’s military rulers have turned the Rohingyas into a powerless, defenceless and voiceless, crippled community.

Rohingyas have been crying in the corner and dying in silence for decades. Now, if the international community will not come forward to save us from deportation to this ”island of death”, it will add another notch to the scale of tyranny being committed against the Rohingyas.

Therefore, to draw international attention, we, the 1.5 million Rohingya men, women and children in exile, will resort to a hunger strike until death at the premises of the United Nations missions around the world, to save our Rohingya brethren in Thailand.

We also appeal to the people of Thailand and Thai human rights groups, to understand our plight and come forward to prevail upon their prime minister to withdraw his decision.

ENAYET ULLAH